โหงพราย

โหงพราย   อาจารย์เพชรมุนี ฤาษีครูเสน่ห์
โหงพราย




     เมื่อคืนก่อนผมนั่งจิบกาแฟกับพ่ออยู่หน้าบ้านอย่างสบายอารมณ์ คุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงมอไซค์ขับเข้ามา ใครคนนั้นก็คือเพื่อนรุ่นพี่ผมเอง เมื่อเข้ามาก็ตามประสาเจ้าบ้านเจ้าเรือนก็ส่งแก้วเปล่าให้ไปชงกาแฟเอาเอง แล้วเราก็นั่งคุยกันต่อ แต่คนที่เปิดเรื่องคือเพื่อนรุ่นพี่ผมครับ แกพูดขึ้นมาว่าแกเครียดจังเลย เรื่องญาติแกเหมือนจะโดน "ผีเข้า"

     เอาละซิครับคราวนี้ความตึงเครียดเริ่มมาแล้ว แกก็บอกถึงอาการของญาตอแกคนนั้นให้พ่อผมฟัง "เดินเหม่อลอย ใบหน้าดำคล้ำ พูดจาไม่รู้เรื่อง กลางคืนก็ไม่นอน แล้วก็มีคนเห็นผีผู้หญิงผมยาวอยู่ในห้องนอนญาติแกด้วย" ผมและพ่อก็ไม่อยากจะให้บรรยากาศมันกร่อย ก็เลยพูดไปเล่นๆ ตามประสาคนกันเอง "เฮ้ย !!! อกหักรึป่าว " แต่คราวนี้พี่แกไม่เล่นด้วยซิครับดูท่าทางพี่แกจะเครียดหนักจริงๆ เมื่อเห็นแบบนั้น พ่อก็หลุดปากออกไปว่า "โหงพราย" แล้วอธิบายเพิ่มเติมว่า


โหงพรายจันทร์เพ็ญ เครื่องรางของขลังสมัยนี้

     "อาจเป็นผลงานของ "โหงพราย" ก็ได้เพราะพวกนี้สามารถแฝงตัวติดกับคนคนนั้นได้อย่างแนบเนียน ทำให้สามารถเข้าบ้านที่มีหน้าพระได้ โหงพรายนั้นเป็นผีเลี้ยงของคนมีอาคมทางไสยเวท ที่เอาวิญญาณของผีตายโหงที่มีลักษณะตรงตามที่ตัวของหมอผีนั้นต้องการ เช่น ตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนเจ้าชู้ก็จะถูกจับดวงวิญาญาณเอาไปทำเป็นเสน่ห์ ดวงวิญญาณใดตอนมีชีวิตอยู่เป็นพวกนักเลงหน้าไม้ก็จะถูกใช้ไปทำร้ายคน โดยการเรียกดวงวิญญาณนั้นต้องทำในคืนมืด ฤกษ์ยามต้องถูกตื้องตามตำราเพื่อสะกดดวงวิญญาณด้วยพลังจากฤกษ์ จากนั้นก็ไปขุดเอาปอยผมหรือชิ้นส่วนของศพนั้นๆ แล้วสะกดดวงวิญญาณด้วยคาถาอาคมอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นก็ทำสัญญาข้อตกลงกับดวงวิญญาณด้วยการเซ่นสรวงด้วยเครื่องคาวหวานทุกวัน และจะเลี้ยงใหญ่อีกครั้งเมื่อเสร็จสิ้นงานที่ให้ทำ ญาติมึงอาจโดน" โหงพราย" ก็เป็นไปได้"


พระขุนแผนขี่โหงพราย

     ผมฟังได้แต่นั่งอึ้งครับ ว่าสมัยที่เทคโนโลยีระบบ 3 จี  คลุมบ้านคลุมเมือง ยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น บางทีอาจเกิดจากโรคซึมเศร้าและอุปทานของคนๆ นั้นก็ได้ แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าเป็นเพราะโรคนี้จริงๆ เพราะเรื่องราวของความลี้ลับ ภูติผีวิญญาณ ยังคงฝังอยู่ในความคิดของคนไทยแบบหยั่งรากลึก เพื่อให้เรานั้นรู้จักเคารพต่อทุกสรรพสิ่งในโลกนี้


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้