เบญจเพส

เบจเพส



"ถ้าผู้ใดเกิดมาเป็นเพศชายอันมีรูปสมบัติตกแต่งมาสู่มนุษยโลกแล้วย่อมจะต้องผ่านโชคและเคราะห์ซึ่งเป็นส่วนดีกับส่วนร้ายอย่างแรงกล้า ในเมื่ออายุครบ 25 ปีบริบูรณ์นั้นครั้งหนึ่งซึ่งเป็นภาษาของคัมภีร์พฤฒิศาสตร์เรียกว่า "ต้องเบญจเพส" ดังได้ชี้แจงของเพส 5 ไว้ดังนี้คือ

1 เทวะ 2 มนุษย์ 3 เดรัจฉาน 4 เปรต 5 อสุรกาย ผี 

ตกโชคเทวะ ท่านว่าผู้นั้นจักได้อิตถมนูญผลมีลาภและยศเป็นอำนาจวาสนา มีโชค

ตกมนุษย์ ท่านว่าดีชั่วปานกลางแล ถ้าเคราะห์ตกเดียระฉานทำนายว่า ผู้นั้นจะเสื่อมศรีอัปภาคย์ ต้องราชภัยไข้ป่วยถึงจองจำลำบาก 

ตกเคราะห์เปรต อายุจักถึงฆาตชะตาสูญ มีกายอันวิกลวิการแตกดับด้วยคมอาวุธมีหอก ดาบ เป็นต้น 

ตกเคราะห์อสุรกาย มีกายอันแกล้วกล้าปราศจากทวารทั้งหกกายสำแดงได้ด้วยอำนาจกรรมเลี้ยง มีความอดอยากทุพพลภาพ ต้องเข็ญใจเป็นไพร่กระฎุมพีให้เขาช่วงใช้ 

อนึ่ง อันว่าโชค 2 และเคราห์ 3 นี่ บุรษผู้ต้องเบญจเพสจะเป็นไปในทางที่ดีและชั่วอย่างใด ท่านให้ทายลักษณะที่เป็นผลพิบัติ และภัยพิการแก่เขาผู้นั้นเทอญดังนี้ จะเท็จจริงฉันใดก็ตามแต่ ผู้กล่าวจะนิทัศน์อุทาหรณ์ไว้เถิด"


 ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นจะแบ่งช่วงวัยของมนุษย์ออกเป็นส่วนๆ คือ 1- 8 นับเป็นกุมาร  9 – 16 นับเป็นทารกวัย (วัยรุ่น) 17 – 25 นับ เป็นมาณพ(วัยหนุ่ม) เมื่อชายใดใช้ชีวิตมาถึงปีที่ 25 ตามภาษาของคัมภีร์พฤติศาสตร์เรียกว่า ‘ต้องเบญจเพส’ หมายถึงการเข้าถึงโชคและเคราะห์อันแรงกล้า ส่วนจะเป็นโชคหรือเคราะห์ ก็ต้องดูว่าลงล็อกใดใน ‘เพส 5’ อันได้แก่ เทวะ มนุษย์ เดรัจฉาน เปรต หรือ อสุรกาย หากดวงตกเทวะ ก็จะได้ลาภยศ หากตกมนุษย์ ก็ปานกลาง หากตกเดรัจฉาน คือป่วย หนัก หากตกเปรตก็ถึงตาย หากตกอสุรกายก็อาจพิกลพิการ เช่นนี้เป็นต้น  และในปัจจุบันความเชื่อในอาถรรพ์เบญจเพสไม่ไช่เฉพาะผู้ชาย อย่างเช่นในสมัยโบราณแล้ว แต่รวมไปถึงผู้หญิง และยังรวมไปถึงช่วงอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 5 เช่น 25 35 45 อีกด้วย บ้างก็ว่าอาจจะมีอิทธิพลในช่วงอายุตั้ง 23-26 ปีเลยด้วยซ้ำ บางคนถึงกับเตรียมทำบุญกันตั้งแต่อายุได้ 20 กว่าๆ  เพื่อคาดว่าเคราะห์ร้ายจะบรรเทาเมื่อเข้าสู่เบญจเพสจริงๆ 


ลางร้าย, โชคร้าย

            อย่างที่บอกแล้วว่าเบญจเพส ไม่ได้หมายถึงเรื่องเลวร้ายเสมอไป อาจจะเป็นเรื่องดีมากที่สุดก็ได้ ยกตัวอย่างตำราที่กล่าวถึงผู้ที่เกิดวันต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยเบญจเพส ว่ามีแนวโน้มต้องเจอกับเรื่องแบบใดบ้าง

เกิดวันอาทิตย์ : ช่วงหกเดือนแรกต้องระวังปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางสายตา โรคหัวใจ รวมถึงจะมีผู้ใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดคดีความสายตามีปัญหา จะเป็นโรคลมโรคหัวใจ พอถึงหกเดือนหลังปัญหาจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

เกิดวันจันทร์ : ช่วงหกเดือนแรกจะเป็นที่ถูกตาต้องใจของเพศตรงข้าม มีเกณฑ์ได้พบเนื้อคู่ จะทำสิ่งใดจะได้รับการอุปถัมภ์อุ้มชูจากผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมีเกณฑ์ได้รับเงินก้อนโต ช่วงหกเดือนหลังจะมีเรื่องวุ่นวายจากเพศตรงข้าม อาจเกิดรักซ้อนขึ้นมาได้

เกิดวันอังคาร : เกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล

เกิดวันพุธ(ทั้งกลางวันและกลางคืน) : หกเดือนแรกต้องตกระกำลำบากเหน็ดเหนื่อย มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายถิ่นที่อยู่ ผิดพลาดด้านงานเอกสาร มีการสูญหายหรือเสียหาย หกเดือนสุดท้ายปัญหาจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

เกิดวันพฤหัสบดี : หกเดือนแรกจะมีผู้ให้การช่วยเหลืออุปถัมป์ ถ้ามีการเจ็บป่วยอยู่ก็จะหายดี อาจจะมีการโยกย้ายไปอยู่แดนไกล หกเดือนสุดท้ายต้องระวังจะมีเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ ในช่วงนี้ต้องจึงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดี

คนเกิดวันศุกร์ : ระวังมีคดีความ จะมีเรื่องวุ่นวายในชีวิต เกิดภาระหนี้สิน เป็นหม้าย ครอบครัวไม่มีความสุข (ต้องหมั่นฝึกทำสมาธิให้มากจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้)

คนเกิดวันเสาร์ : ต้องพลัดพรากไปใช้ชีวิตในแดนไกล ระวังจะทำเรื่องผิดศีลธรรม
ถ้าเป็นหญิงมักจะเสียสาวหรือตกเป็นมือที่สาม ถ้าเป็นชายระวังจะเป็นชู้กับผู้อื่น


อนาคตจะร้าย หรือ ดี ขึ้นอยู่กับ การกระทำของปัจจุบันการ


เมื่อคิดตามข้างค้นแล้ว ภัยพิบัติหรือความโชคร้ายเหล่านี้ ถึงจะน่ากลัว แต่ก็ใช่ว่าจะเกิดกับทุกคน หากแต่จะเกิดกับคนที่ดวงไปตกกับเพสร้ายๆเท่านั้น คนที่เชื่อในอาถรรพ์จึ้งมักไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ ขอพรตามวัดวาอารามหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิต่างๆ ส่วนคนที่ไม่เชื่อก็บอกว่าเป็นแค่ช่วงอายุที่มีความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมากกว่าช่วงอื่น เช่นการเข้าสู่ช่วงเริ่มทำงานปีแรกๆ การพบเจอผู้คนในสังคมใหม่ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะปรับตัวไม่ทัน บ้างก็เชื่อว่าเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่อยากให้ผู้ชายในวัย 25 บวชเป็นพระเพื่อศึกษาพระธรรมและเป็นบุญกุศลแก่พ่อแม่ หรือในปัจจุบันนี้ก็เพื่อห้ามปรามชายหญิงที่กำลังอยู่ในวัยคึกคะนองให้ระมัดระวังตัวเอง

ส่วนในแง่ของสถิตินั้น คนในวัย 25 มีความเสี่ยงกับโรคภัยมากกว่าวัยอื่นๆดังนี้ครับ

คนที่อายุมากกว่า 25 ปี รู้สึกเจ็บป่วยบ่อยกว่าคนที่อายุน้อยกว่า 25 ปี ถึงเกือบ 2 เท่าตัว
คนที่อายุเกิน 25 ปี มีโรคเรื้อรังมากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า 25 ปี ถึง 3 เท่าตัว
และคนที่อายุ 25-29 ปี ตายจากโรคมะเร็งชนิดต่างๆมากกว่าคนที่อายุ 20-24ปี ถึง 2 เท่ากว่าๆ

ปัจจุบันความเชื่อในอาถรรพ์เบญจเพสไม่ไช่กับเฉพาะผู้ชายอย่างเช่นในสมัยโบราณแล้ว แต่รวมไปถึงผู้หญิง และยังหมายรวมไปถึงช่วงอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 5 เช่น 25 35 45 อีกด้วย บางคนถึงกับเตรียมทำบุญกันตั้งแต่อายุได้ 24 ย่างเข้า 25 เสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าอาถรรพ์เบญจเพสจะเป็นความเชื่อที่จริงหรือไม่ พิสูจน์ได้หรือไม่ได้ เราทุกคนก็ควรมีสติตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะความเปลี่ยนแปลงในชีวิตนั้น เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หมั่นดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และอย่าวิตกกังวลจนเกินไป เท่านี้เราก็คงใช้ชีวิตได้อย่างมีีความสุขกับทุกช่วงชีวิตแล้วครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้